ที่สุดของความทนทาน : ท่อ HDPE ในงานระบบประปาและงานเกษตร
ท่อ HDPE (High Density Polyethylene Pipe) เป็นวัสดุที่ได้รับการยอมรับและใช้งานอย่างแพร่หลายในงานระบบประปา งานเกษตรกรรม และระบบสาธารณูปโภค เนื่องจากผลิตจากพอลิเอทิลีนความหนาแน่นสูง ซึ่งมีคุณสมบัติโดดเด่นทั้งด้านความแข็งแรง ความยืดหยุ่น และความทนทานต่อการใช้งานในระยะยาว
ท่อ HDPE ถูกออกแบบให้สามารถรองรับแรงดันน้ำได้ดี โครงสร้างมีความเหนียว ทนต่อการแตกร้าว การกระแทก และการเสียรูปจากแรงภายนอก ทำให้เหมาะสำหรับการใช้งานทั้งเหนือดินและใต้ดิน ในสภาพแวดล้อมที่หลากหลาย
ด้วยคุณสมบัติเหล่านี้ ท่อ HDPE จึงถูกยกย่องให้เป็นหนึ่งในวัสดุที่ให้ ความคุ้มค่าและประสิทธิภาพสูงสุด สำหรับงานระบบประปาและระบบสาธารณูปโภคในยุคปัจจุบัน ทั้งในด้านความปลอดภัย ความทนทาน และอายุการใช้งานที่ยาวนาน
5 เหตุผลหลักที่ทำให้ท่อ HDPE เป็นตัวเลือกที่วิศวกรและผู้รับเหมาไว้วางใจ
ความยืดหยุ่นสูง รองรับทุกสภาพพื้นที่
ท่อ HDPE มีคุณสมบัติด้านความยืดหยุ่นที่โดดเด่น สามารถดัดโค้งตามแนวพื้นที่ได้โดยไม่จำเป็นต้องใช้ข้อต่อจำนวนมาก แตกต่างจากท่อ PVC หรือท่อเหล็กที่มีความแข็งและเปราะ การลดจำนวนข้อต่อช่วยลดจุดเสี่ยงต่อการรั่วซึม
ติดตั้งง่าย อุปกรณ์ข้อต่อ HDPE มีด้วยกัน 2 ระบบ
การติดตั้งท่อ HDPE สามารถติดตั้งด้วยระบบสวมอัด (Compression) มีขนาดตั้งแต่ 20 มม. - 110 มม. การติดตั้งไม่ต้องใช้ความร้อนหรือกาว เพียงสวมท่อเข้ากับข้อต่อและขันฝาให้แน่น หรือระบบเชื่อมชน (Butt Fusion) ติดตั้งด้วยการเชื่อมชนด้วยความร้อน สามารถใช้กับท่อขนาดตั้งแต่ 110 มม. ขึ้นไป
อายุการใช้งานยาวนาน คุ้มค่าในระยะยาว
ท่อ HDPE ถูกออกแบบมาให้มีอายุการใช้งานยาวนานเฉลี่ย 50 ปี ด้วยคุณสมบัติที่ทนทานต่อสภาพแวดล้อมต่าง ๆ โดยเฉพาะการผสม Carbon Black ซึ่งช่วยเพิ่มความสามารถในการต้านทานรังสี UV ทำให้สามารถใช้งานกลางแจ้งได้โดยไม่เสื่อมสภาพง่าย
นอกจากนี้ ท่อ HDPE ยังทนต่อการกัดกร่อนจากสารเคมี และไม่เกิดสนิมตลอดอายุการใช้งาน ส่งผลให้ลดความเสี่ยงในการรั่วซึมและช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายด้านการซ่อมบำรุงในระยะยาว
อย่างไรก็ตาม อายุการใช้งานของท่อ HDPE อาจแตกต่างกันไปตามลักษณะการใช้งาน สภาพแวดล้อม อุณหภูมิ และแรงดันของระบบ แต่โดยรวมแล้วถือเป็นวัสดุที่ให้ ความคุ้มค่าและความเชื่อถือได้สูง สำหรับงานระบบน้ำและโครงสร้างพื้นฐานในระยะยาว
ประสิทธิภาพการไหลของน้ำดีเยี่ยม และรักษาคุณภาพน้ำ
ผิวภายในของท่อ HDPE มีความเรียบมันสูง ช่วยให้น้ำหรือของเหลวไหลผ่านได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดการสูญเสียแรงดันและไม่เกิดตะกรันหรือคราบหินปูนเกาะภายในท่อ ส่งผลให้ระบบท่อสามารถรักษาคุณภาพน้ำให้สะอาด เหมาะสำหรับระบบน้ำดื่มและงานประปาที่ต้องการความมั่นใจในระยะยาว
ปลอดภัยต่อสุขภาพ และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
ท่อ HDPE ผลิตจากเม็ดพลาสติกคุณภาพสูง ปราศจากโลหะหนักและสารอันตรายที่อาจปนเปื้อนลงสู่น้ำดื่ม จึงมีความปลอดภัยต่อผู้ใช้งานและเหมาะสำหรับระบบน้ำดื่มและน้ำใช้ทั่วไป วัสดุ HDPE ไม่เกิดสนิม และไม่ปล่อยสารตกค้างตลอดอายุการใช้งาน ช่วยรักษาคุณภาพน้ำให้สะอาดและปลอดภัยในระยะยาว
นอกจากนี้ ท่อ HDPE ยังเป็นวัสดุที่สามารถนำกลับมา รีไซเคิลได้ 100% ช่วยลดการใช้ทรัพยากรใหม่ ลดปริมาณของเสีย และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ตอบโจทย์แนวคิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Sustainable Development) ที่ภาคอุตสาหกรรมและโครงการสาธารณูปโภคให้ความสำคัญมากขึ้นในปัจจุบัน
ยิ่งไปกว่านั้น ท่อ HDPE ตรา PBP ยังได้รับการรับรองมาตรฐาน Carbon Footprint of Products (CFP) ซึ่งเป็นการประเมินและแสดงผลปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตลอดวัฏจักรชีวิต
การประยุกต์ใช้ท่อ HDPE ในงานประปาและงานเกษตร
1. การประยุกต์ใช้ในงานน้ำประปา
ท่อ HDPE ถูกนำมาใช้งานอย่างแพร่หลายในระบบน้ำประปา ทั้งระบบน้ำดื่มและน้ำใช้ เนื่องจากมีความแข็งแรง ทนแรงดัน และปลอดภัย โดยสามารถประยุกต์ใช้งานได้หลากหลายรูปแบบ ดังนี้
• ท่อส่งน้ำหลัก (Water Mains) : ใช้เป็นท่อเมนสำหรับลำเลียงน้ำจากโรงผลิตน้ำประปาไปยังพื้นที่ชุมชนหรือเขตเมือง ท่อ HDPE ตรา PBP สามารถรองรับแรงดันได้ตั้งแต่ PN 6 ถึง PN 10 (ประมาณ 6–10 บาร์)
• ท่อบริการ (Service Lines) : ใช้เชื่อมต่อจากท่อเมนเข้าสู่อาคาร บ้านพักอาศัย หรือสถานประกอบการ ความยืดหยุ่นของท่อช่วยให้สามารถติดตั้งผ่านอุปสรรคใต้ดิน หรือแนวท่อเดิมได้สะดวก ลดความเสี่ยงต่อการแตกร้าวและการรั่วซึมของระบบท่อ
• งานฟื้นฟูหรือปรับปรุงระบบท่อเดิม (Sliplining) : ท่อ HDPE สามารถนำมาใช้สอดเข้าไปในท่อเดิมที่เสื่อมสภาพ เช่น ท่อเหล็กหรือท่อคอนกรีต เพื่อยืดอายุการใช้งานของระบบประปา ช่วยลดค่าใช้จ่ายและระยะเวลาในการขุดเปิดพื้นผิวหรือถนนใหม่
2. การประยุกต์ใช้ท่อ HDPE ในงานเกษตร
ในงานเกษตรกรรม ระบบท่อที่มีความทนทานและยืดหยุ่นสูงเป็นปัจจัยสำคัญ ท่อ HDPE จึงถูกเลือกใช้ในงานเกษตรอย่างกว้างขวาง เนื่องจากสามารถทนต่อสภาพแวดล้อมและการใช้งานกลางแจ้งได้ดี
• ระบบส่งน้ำเพื่อการเกษตร : ท่อ HDPE ใช้ลำเลียงน้ำจากแหล่งน้ำไปยังพื้นที่เพาะปลูก เช่น ไร่นา สวนผลไม้ และแปลงเกษตร ท่อสามารถรองรับแรงดันน้ำได้ดี เหมาะกับทั้งระบบสูบน้ำและระบบกระจายน้ำในระยะไกล
• ระบบน้ำหยดและสปริงเกลอร์ : ด้วยความยืดหยุ่นและน้ำหนักเบา ท่อ HDPE สามารถติดตั้งและดัดโค้งได้ตามแนวพื้นที่เกษตร ลดจำนวนข้อต่อ และช่วยควบคุมการจ่ายน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ประหยัดน้ำและเพิ่มผลผลิตทางการเกษตร
• งานเกษตรในพื้นที่กลางแจ้งและสภาพแวดล้อมที่มีการเปลี่ยนแปลง : ท่อ HDPE มีส่วนผสมของ Carbon Black ช่วยป้องกันรังสี UV ทำให้สามารถใช้งานกลางแจ้งได้ยาวนาน ทนต่อปุ๋ยและสารเคมีทางการเกษตรโดยไม่เกิดการกัดกร่อนหรือเป็นสนิม จึงเหมาะกับงานเกษตรกรรมระยะยาว
ตารางเปรียบเทียบท่อ HDPE กับวัสดุท่อประเภทอื่น
|
ประเด็นเปรียบเทียบ
|
ท่อ HDPE
|
ท่อ PVC / uPVC
|
ท่อเหล็ก (DI / Steel)
|
|
ความทนทานต่อการกัดกร่อน
|
ดีเยี่ยม ไม่เป็นสนิม ทนการกร่อนจากสารเคมีได้หลายชนิด
|
ดี ทนการกร่อนสารเคมีบางชนิด
|
ต่ำ–ปานกลาง เกิดการกัดกร่อนได้ง่าย
|
|
อายุการใช้งานโดยออกแบบ
|
ประมาณ 50 ปี ขึ้นอยู่กับอุณหภูมิและแรงดันใช้งาน
|
ประมาณ 50 ปี ขึ้นอยู่กับอุณหภูมิและแรงดันใช้งาน
|
ประมาณ 50 ปี ขึ้นอยู่กับสภาวะแวดล้อม
|
|
ความยืดหยุ่น
|
ยืดหยุ่นสูง เดินท่อได้ทุกสภาพพื้นที่
|
ยืดหยุ่นต่ำกว่า HDPE ท่อแข็ง ไม่สามารถโค้งงอ
|
ท่อแข็ง ไม่สามารถโค้งงอได้
|
|
การทนต่ออุณหภูมิ
|
20°C – 40°C ตามมาตรฐาน มอก. 982-2556
|
20°C – 60°C ตามมาตรฐาน มอก. 17-2561
|
ทนต่ออุณหภูมิสูงได้ดีมาก
|
|
ความเสี่ยงการรั่วซึม
|
ต่ำมาก |
ปานกลาง |
ปานกลาง |
|
น้ำหนักวัสดุ
|
เบาที่สุด |
หนักกว่า HDPE |
หนักที่สุด |
|
ความสะดวกในการติดตั้ง
|
ติดตั้งง่าย |
ติดตั้งง่าย |
ติดตั้งยาก น้ำหนักมาก |
|
การโค้งงอ
|
โค้งงอได้สูง วางท่อได้ทุกพื้นที่
|
ไม่สามารถโค้งงอได้ |
ไม่สามารถโค้งงอได้ |
|
การทนรังสี UV
|
ทน UV ได้ สามารถเดินท่อตากแดด
|
ไม่ทน UV แนะนำให้หลีกเลี่ยงแสงแดด
|
ทน UV ได้ดี
|
|
ความสะอาด Food Grade
|
ใช้เป็นท่อน้ำดื่มได้ ไม่มีโลหะหนักปนเปื้อน
|
ใช้เป็นท่อน้ำดื่มได้ แต่อาจมีโลหะจากกาว
|
มีโลหะหนักปนเปื้อน
|
มาตรฐานและเกรดวัสดุของท่อ HDPE ที่ควรรู้
• มาตรฐาน มอก. 982-2556 : ท่อ HDPE ตรา PBP ผ่านกระบวนการผลิตและการทดสอบตามมาตรฐานอุตสาหกรรม มอก. 982-2556 เป็นมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมของประเทศไทย สำหรับท่อโพลิเอทิลีนชนิดความหนาแน่นสูง (HDPE) ที่ใช้ในงานลำเลียงน้ำและระบบประปา มาตรฐานนี้กำหนดข้อกำหนดด้านคุณสมบัติของวัสดุ ขนาดท่อ ความหนา ค่าแรงดัน (PN) รวมถึงวิธีการทดสอบคุณภาพ เพื่อให้มั่นใจว่าท่อมีความแข็งแรง ปลอดภัย และเหมาะสมกับการใช้งานในระบบน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ
• มีการรับรองมาตรฐานฉลาก คาร์บอนฟุตพริ้นท์ผลิตภัณฑ์ (Carbon Footprint of Product : CFP) : นอกจากมาตรฐานด้านคุณภาพแล้ว ท่อ HDPE ตรา PBP ยังได้รับฉลากคาร์บอนฟุตพริ้นท์ผลิตภัณฑ์ (CFP) ที่แสดงให้เห็นถึงการประเมินและควบคุมปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตลอดวัฏจักรชีวิตของผลิตภัณฑ์ ตั้งแต่กระบวนการผลิต การขนส่ง ไปจนถึงการใช้งาน ซึ่งช่วยสะท้อนความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม และสนับสนุนแนวคิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน
การเลือกใช้ ท่อ HDPE ที่ผลิตตามมาตรฐาน มอก. 982-2556 และได้รับการรับรอง ฉลากคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของผลิตภัณฑ์ (Carbon Footprint of Products: CFP) เป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ทั้งด้านคุณภาพ ความปลอดภัย และความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม ด้วยคุณสมบัติความแข็งแรง ทนทาน และอายุการใช้งานที่ยาวนาน ช่วยลดค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุงในระยะยาว
ขณะเดียวกัน การเลือกใช้ท่อ HDPE ที่ผ่านการรับรองด้านสิ่งแวดล้อม ยังช่วยลดผลกระทบจากการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และสนับสนุนแนวคิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน ทำให้ท่อ HDPE เป็นการลงทุนที่ คุ้มค่า มั่นใจ และยั่งยืน สำหรับงานประปา งานเกษตร และระบบสาธารณูปโภคในระยะยาวอย่างแท้จริง
บริษัท ยูเอชเอ็ม จำกัด (UHM) เป็นผู้นำด้านนวัตกรรมระบบประปาและผู้เชี่ยวชาญด้านงานจัดการน้ำครบวงจรที่สั่งสมประสบการณ์มาอย่างยาวนานกว่า 50 ปี โดยเป็นทั้งผู้ผลิตและจัดจำหน่ายภายใต้แบรนด์ที่ได้รับความไว้วางใจอย่าง PBP (ท่อและข้อต่อคุณภาพสูง อาทิ PB, HDPE, PP) และ TAC (มาตรวัดน้ำมาตรฐานสากล) รวมถึงเป็นผู้นำเข้าอุปกรณ์ระบบน้ำชั้นนำจากต่างประเทศ เช่น เครื่องสูบน้ำ มอเตอร์ และวาล์วควบคุมชนิดต่างๆ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มลูกค้าทั้งภาคเอกชน หน่วยงานภาครัฐ และอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ ด้วยความมุ่งมั่นในการส่งมอบสินค้าที่ได้มาตรฐาน ISO และบริการให้คำปรึกษาทางเทคนิคโดยทีมวิศวกรมืออาชีพ เพื่อสร้างความพึงพอใจและความคุ้มค่าสูงสุดให้แก่ลูกค้าในทุกระดับ
บริษัท ยูเอชเอ็ม จำกัด สำนักงานใหญ่
185/3 ถ. ราชดำริ
แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
ติดต่อสอบถามเกี่ยวกับสินค้า และบริการ
โทร.
02-251-8300
มือถือ.
065-529-6625
LINE@ :
@UHMGROUP
อีเมล :
info@uhm.co.th