LINE@: @UHMGROUP
E-mail: INFO@UHM.CO.TH
วันจันทร์ - วันศุกร์ 08:00 - 17.30 น.
Follow us:
ที่สุดของความทนทาน : ท่อ HDPE ในงานระบบประปาและงานเกษตร

ที่สุดของความทนทาน : ท่อ HDPE ในงานระบบประปาและงานเกษตร


   ท่อ HDPE (High Density Polyethylene Pipe) เป็นวัสดุที่ได้รับการยอมรับและใช้งานอย่างแพร่หลายในงานระบบประปา งานเกษตรกรรม และระบบสาธารณูปโภค เนื่องจากผลิตจากพอลิเอทิลีนความหนาแน่นสูง ซึ่งมีคุณสมบัติโดดเด่นทั้งด้านความแข็งแรง ความยืดหยุ่น และความทนทานต่อการใช้งานในระยะยาว
   ท่อ HDPE ถูกออกแบบให้สามารถรองรับแรงดันน้ำได้ดี โครงสร้างมีความเหนียว ทนต่อการแตกร้าว การกระแทก และการเสียรูปจากแรงภายนอก ทำให้เหมาะสำหรับการใช้งานทั้งเหนือดินและใต้ดิน ในสภาพแวดล้อมที่หลากหลาย
   ด้วยคุณสมบัติเหล่านี้ ท่อ HDPE จึงถูกยกย่องให้เป็นหนึ่งในวัสดุที่ให้ ความคุ้มค่าและประสิทธิภาพสูงสุด สำหรับงานระบบประปาและระบบสาธารณูปโภคในยุคปัจจุบัน ทั้งในด้านความปลอดภัย ความทนทาน และอายุการใช้งานที่ยาวนาน


5 เหตุผลหลักที่ทำให้ท่อ HDPE เป็นตัวเลือกที่วิศวกรและผู้รับเหมาไว้วางใจ


ความยืดหยุ่นสูง รองรับทุกสภาพพื้นที่

   ท่อ HDPE มีคุณสมบัติด้านความยืดหยุ่นที่โดดเด่น สามารถดัดโค้งตามแนวพื้นที่ได้โดยไม่จำเป็นต้องใช้ข้อต่อจำนวนมาก แตกต่างจากท่อ PVC หรือท่อเหล็กที่มีความแข็งและเปราะ การลดจำนวนข้อต่อช่วยลดจุดเสี่ยงต่อการรั่วซึม

ติดตั้งง่าย อุปกรณ์ข้อต่อ HDPE มีด้วยกัน 2 ระบบ

   การติดตั้งท่อ HDPE สามารถติดตั้งด้วยระบบสวมอัด (Compression) มีขนาดตั้งแต่ 20 มม. - 110 มม. การติดตั้งไม่ต้องใช้ความร้อนหรือกาว เพียงสวมท่อเข้ากับข้อต่อและขันฝาให้แน่น หรือระบบเชื่อมชน (Butt Fusion) ติดตั้งด้วยการเชื่อมชนด้วยความร้อน สามารถใช้กับท่อขนาดตั้งแต่ 110 มม. ขึ้นไป

อายุการใช้งานยาวนาน คุ้มค่าในระยะยาว

   ท่อ HDPE ถูกออกแบบมาให้มีอายุการใช้งานยาวนานเฉลี่ย 50 ปี ด้วยคุณสมบัติที่ทนทานต่อสภาพแวดล้อมต่าง ๆ โดยเฉพาะการผสม Carbon Black ซึ่งช่วยเพิ่มความสามารถในการต้านทานรังสี UV ทำให้สามารถใช้งานกลางแจ้งได้โดยไม่เสื่อมสภาพง่าย
   นอกจากนี้ ท่อ HDPE ยังทนต่อการกัดกร่อนจากสารเคมี และไม่เกิดสนิมตลอดอายุการใช้งาน ส่งผลให้ลดความเสี่ยงในการรั่วซึมและช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายด้านการซ่อมบำรุงในระยะยาว
   อย่างไรก็ตาม อายุการใช้งานของท่อ HDPE อาจแตกต่างกันไปตามลักษณะการใช้งาน สภาพแวดล้อม อุณหภูมิ และแรงดันของระบบ แต่โดยรวมแล้วถือเป็นวัสดุที่ให้ ความคุ้มค่าและความเชื่อถือได้สูง สำหรับงานระบบน้ำและโครงสร้างพื้นฐานในระยะยาว

ประสิทธิภาพการไหลของน้ำดีเยี่ยม และรักษาคุณภาพน้ำ

   ผิวภายในของท่อ HDPE มีความเรียบมันสูง ช่วยให้น้ำหรือของเหลวไหลผ่านได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดการสูญเสียแรงดันและไม่เกิดตะกรันหรือคราบหินปูนเกาะภายในท่อ ส่งผลให้ระบบท่อสามารถรักษาคุณภาพน้ำให้สะอาด เหมาะสำหรับระบบน้ำดื่มและงานประปาที่ต้องการความมั่นใจในระยะยาว

ปลอดภัยต่อสุขภาพ และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

   ท่อ HDPE ผลิตจากเม็ดพลาสติกคุณภาพสูง ปราศจากโลหะหนักและสารอันตรายที่อาจปนเปื้อนลงสู่น้ำดื่ม จึงมีความปลอดภัยต่อผู้ใช้งานและเหมาะสำหรับระบบน้ำดื่มและน้ำใช้ทั่วไป วัสดุ HDPE ไม่เกิดสนิม และไม่ปล่อยสารตกค้างตลอดอายุการใช้งาน ช่วยรักษาคุณภาพน้ำให้สะอาดและปลอดภัยในระยะยาว
   นอกจากนี้ ท่อ HDPE ยังเป็นวัสดุที่สามารถนำกลับมา รีไซเคิลได้ 100% ช่วยลดการใช้ทรัพยากรใหม่ ลดปริมาณของเสีย และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ตอบโจทย์แนวคิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Sustainable Development) ที่ภาคอุตสาหกรรมและโครงการสาธารณูปโภคให้ความสำคัญมากขึ้นในปัจจุบัน
   ยิ่งไปกว่านั้น ท่อ HDPE ตรา PBP ยังได้รับการรับรองมาตรฐาน Carbon Footprint of Products (CFP) ซึ่งเป็นการประเมินและแสดงผลปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตลอดวัฏจักรชีวิต


การประยุกต์ใช้ท่อ HDPE ในงานประปาและงานเกษตร


1. การประยุกต์ใช้ในงานน้ำประปา

   ท่อ HDPE ถูกนำมาใช้งานอย่างแพร่หลายในระบบน้ำประปา ทั้งระบบน้ำดื่มและน้ำใช้ เนื่องจากมีความแข็งแรง ทนแรงดัน และปลอดภัย โดยสามารถประยุกต์ใช้งานได้หลากหลายรูปแบบ ดังนี้
    • ท่อส่งน้ำหลัก (Water Mains) : ใช้เป็นท่อเมนสำหรับลำเลียงน้ำจากโรงผลิตน้ำประปาไปยังพื้นที่ชุมชนหรือเขตเมือง ท่อ HDPE ตรา PBP สามารถรองรับแรงดันได้ตั้งแต่ PN 6 ถึง PN 10 (ประมาณ 6–10 บาร์)
   • ท่อบริการ (Service Lines) : ใช้เชื่อมต่อจากท่อเมนเข้าสู่อาคาร บ้านพักอาศัย หรือสถานประกอบการ ความยืดหยุ่นของท่อช่วยให้สามารถติดตั้งผ่านอุปสรรคใต้ดิน หรือแนวท่อเดิมได้สะดวก ลดความเสี่ยงต่อการแตกร้าวและการรั่วซึมของระบบท่อ
   • งานฟื้นฟูหรือปรับปรุงระบบท่อเดิม (Sliplining) : ท่อ HDPE สามารถนำมาใช้สอดเข้าไปในท่อเดิมที่เสื่อมสภาพ เช่น ท่อเหล็กหรือท่อคอนกรีต เพื่อยืดอายุการใช้งานของระบบประปา ช่วยลดค่าใช้จ่ายและระยะเวลาในการขุดเปิดพื้นผิวหรือถนนใหม่

2. การประยุกต์ใช้ท่อ HDPE ในงานเกษตร

    ในงานเกษตรกรรม ระบบท่อที่มีความทนทานและยืดหยุ่นสูงเป็นปัจจัยสำคัญ ท่อ HDPE จึงถูกเลือกใช้ในงานเกษตรอย่างกว้างขวาง เนื่องจากสามารถทนต่อสภาพแวดล้อมและการใช้งานกลางแจ้งได้ดี
    • ระบบส่งน้ำเพื่อการเกษตร : ท่อ HDPE ใช้ลำเลียงน้ำจากแหล่งน้ำไปยังพื้นที่เพาะปลูก เช่น ไร่นา สวนผลไม้ และแปลงเกษตร ท่อสามารถรองรับแรงดันน้ำได้ดี เหมาะกับทั้งระบบสูบน้ำและระบบกระจายน้ำในระยะไกล
    • ระบบน้ำหยดและสปริงเกลอร์ : ด้วยความยืดหยุ่นและน้ำหนักเบา ท่อ HDPE สามารถติดตั้งและดัดโค้งได้ตามแนวพื้นที่เกษตร ลดจำนวนข้อต่อ และช่วยควบคุมการจ่ายน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ประหยัดน้ำและเพิ่มผลผลิตทางการเกษตร
    • งานเกษตรในพื้นที่กลางแจ้งและสภาพแวดล้อมที่มีการเปลี่ยนแปลง : ท่อ HDPE มีส่วนผสมของ Carbon Black ช่วยป้องกันรังสี UV ทำให้สามารถใช้งานกลางแจ้งได้ยาวนาน ทนต่อปุ๋ยและสารเคมีทางการเกษตรโดยไม่เกิดการกัดกร่อนหรือเป็นสนิม จึงเหมาะกับงานเกษตรกรรมระยะยาว


ตารางเปรียบเทียบท่อ HDPE กับวัสดุท่อประเภทอื่น


ประเด็นเปรียบเทียบ ท่อ HDPE ท่อ PVC / uPVC ท่อเหล็ก (DI / Steel)
ความทนทานต่อการกัดกร่อน ดีเยี่ยม ไม่เป็นสนิม ทนการกร่อนจากสารเคมีได้หลายชนิด ดี ทนการกร่อนสารเคมีบางชนิด ต่ำ–ปานกลาง เกิดการกัดกร่อนได้ง่าย
อายุการใช้งานโดยออกแบบ ประมาณ 50 ปี ขึ้นอยู่กับอุณหภูมิและแรงดันใช้งาน ประมาณ 50 ปี ขึ้นอยู่กับอุณหภูมิและแรงดันใช้งาน ประมาณ 50 ปี ขึ้นอยู่กับสภาวะแวดล้อม
ความยืดหยุ่น ยืดหยุ่นสูง เดินท่อได้ทุกสภาพพื้นที่ ยืดหยุ่นต่ำกว่า HDPE ท่อแข็ง ไม่สามารถโค้งงอ ท่อแข็ง ไม่สามารถโค้งงอได้
การทนต่ออุณหภูมิ 20°C – 40°C ตามมาตรฐาน มอก. 982-2556 20°C – 60°C ตามมาตรฐาน มอก. 17-2561 ทนต่ออุณหภูมิสูงได้ดีมาก
ความเสี่ยงการรั่วซึม ต่ำมาก ปานกลาง ปานกลาง
น้ำหนักวัสดุ เบาที่สุด หนักกว่า HDPE หนักที่สุด
ความสะดวกในการติดตั้ง ติดตั้งง่าย ติดตั้งง่าย ติดตั้งยาก น้ำหนักมาก
การโค้งงอ โค้งงอได้สูง วางท่อได้ทุกพื้นที่ ไม่สามารถโค้งงอได้ ไม่สามารถโค้งงอได้
การทนรังสี UV ทน UV ได้ สามารถเดินท่อตากแดด ไม่ทน UV แนะนำให้หลีกเลี่ยงแสงแดด ทน UV ได้ดี
ความสะอาด Food Grade ใช้เป็นท่อน้ำดื่มได้ ไม่มีโลหะหนักปนเปื้อน ใช้เป็นท่อน้ำดื่มได้ แต่อาจมีโลหะจากกาว มีโลหะหนักปนเปื้อน


มาตรฐานและเกรดวัสดุของท่อ HDPE ที่ควรรู้

    • มาตรฐาน มอก. 982-2556 : ท่อ HDPE ตรา PBP ผ่านกระบวนการผลิตและการทดสอบตามมาตรฐานอุตสาหกรรม มอก. 982-2556 เป็นมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมของประเทศไทย สำหรับท่อโพลิเอทิลีนชนิดความหนาแน่นสูง (HDPE) ที่ใช้ในงานลำเลียงน้ำและระบบประปา มาตรฐานนี้กำหนดข้อกำหนดด้านคุณสมบัติของวัสดุ ขนาดท่อ ความหนา ค่าแรงดัน (PN) รวมถึงวิธีการทดสอบคุณภาพ เพื่อให้มั่นใจว่าท่อมีความแข็งแรง ปลอดภัย และเหมาะสมกับการใช้งานในระบบน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ
    • มีการรับรองมาตรฐานฉลาก คาร์บอนฟุตพริ้นท์ผลิตภัณฑ์ (Carbon Footprint of Product : CFP) : นอกจากมาตรฐานด้านคุณภาพแล้ว ท่อ HDPE ตรา PBP ยังได้รับฉลากคาร์บอนฟุตพริ้นท์ผลิตภัณฑ์ (CFP) ที่แสดงให้เห็นถึงการประเมินและควบคุมปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตลอดวัฏจักรชีวิตของผลิตภัณฑ์ ตั้งแต่กระบวนการผลิต การขนส่ง ไปจนถึงการใช้งาน ซึ่งช่วยสะท้อนความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม และสนับสนุนแนวคิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน

   การเลือกใช้ ท่อ HDPE ที่ผลิตตามมาตรฐาน มอก. 982-2556 และได้รับการรับรอง ฉลากคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของผลิตภัณฑ์ (Carbon Footprint of Products: CFP) เป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ทั้งด้านคุณภาพ ความปลอดภัย และความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม ด้วยคุณสมบัติความแข็งแรง ทนทาน และอายุการใช้งานที่ยาวนาน ช่วยลดค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุงในระยะยาว

   ขณะเดียวกัน การเลือกใช้ท่อ HDPE ที่ผ่านการรับรองด้านสิ่งแวดล้อม ยังช่วยลดผลกระทบจากการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และสนับสนุนแนวคิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน ทำให้ท่อ HDPE เป็นการลงทุนที่ คุ้มค่า มั่นใจ และยั่งยืน สำหรับงานประปา งานเกษตร และระบบสาธารณูปโภคในระยะยาวอย่างแท้จริง

   บริษัท ยูเอชเอ็ม จำกัด (UHM) เป็นผู้นำด้านนวัตกรรมระบบประปาและผู้เชี่ยวชาญด้านงานจัดการน้ำครบวงจรที่สั่งสมประสบการณ์มาอย่างยาวนานกว่า 50 ปี โดยเป็นทั้งผู้ผลิตและจัดจำหน่ายภายใต้แบรนด์ที่ได้รับความไว้วางใจอย่าง PBP (ท่อและข้อต่อคุณภาพสูง อาทิ PB, HDPE, PP) และ TAC (มาตรวัดน้ำมาตรฐานสากล) รวมถึงเป็นผู้นำเข้าอุปกรณ์ระบบน้ำชั้นนำจากต่างประเทศ เช่น เครื่องสูบน้ำ มอเตอร์ และวาล์วควบคุมชนิดต่างๆ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มลูกค้าทั้งภาคเอกชน หน่วยงานภาครัฐ และอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ ด้วยความมุ่งมั่นในการส่งมอบสินค้าที่ได้มาตรฐาน ISO และบริการให้คำปรึกษาทางเทคนิคโดยทีมวิศวกรมืออาชีพ เพื่อสร้างความพึงพอใจและความคุ้มค่าสูงสุดให้แก่ลูกค้าในทุกระดับ




บริษัท ยูเอชเอ็ม จำกัด สำนักงานใหญ่
185/3 ถ. ราชดำริ
แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
ติดต่อสอบถามเกี่ยวกับสินค้า และบริการ

โทร. 02-251-8300
มือถือ.065-529-6625
LINE@ : @UHMGROUP
อีเมล : info@uhm.co.th

บทความถัดไป
ทำไม? ท่อและข้อต่อ PPR จึงที่สุดสำหรับระบบประปาในครัวเรือน
บทความก่อนหน้า
ท่อ HDPE ไซส์ใหญ่ก็ต่อเข้ากับท่อประเภทอื่นได้เหมือนกัน